หน้าแรก
บริษัท แอล เอ็มอาร์ แอร์ จำกัด...แอร์คุณภาพ ราคายุติธรรม บริการเพื่อชาวระยอง
ALMR Service Plus Board Forum  
::ตั้งกระทู้ใหม่::
admin
ผู้ดูแลระบบ

ผู้ดูแลระบบ
โพสต์: 247
graphgraph
กรรม: 0  
ความเป็นมา ของสารทำความเย็น R-410a - 21/03/2013 23:18 .



ความเป็นมา ของสารทำความเย็น R-410Aa

ย้อนกลับไปในช่วงกลางปี คศ.1990 สารทำความเย็นชนิด R-407C ได้ถูกออกแบบขึ้น โดยมีค่าการทำความเย็นและแรงดันที่ใกล้เคียงกับสารทำความเย็นชนิด R-22 ที่มีใช้กันในระบบเครื่องปรับอากาศ นานหลายสิบปี

แต่การออกแบบนั้น ก็มีสิ่งท้าทายว่าจะออกแบบอย่างไรให้มีประสิทธิภาพด้านการแลกเปลี่ยนความร้อน และใช้พลังงานในการทำความเย็น เทียบเท่ากับระบบที่ใช้สารทำความเย็นชนิด R-22 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสารทำความเย็นชนิด R-407C จะไม่ใช่สารทำความเย็นในอุดมคติ ตามที่คาดหวังไว้ แต่ก็เป็นที่นิยมในตลาดเครื่องปรับอากาศของทางฝั่งยุโรป เนื่องจากคุณสมบัติของสารทำความเย็นชนิดนี้ คือ การไม่ทำลายชั้นโอโซน ช่วยลดภาวะโลกร้อน และสามารถใช้ได้กับระบบที่ใช้สารทำความเย็นชนิด R-22 เดิมได้ เพียงแก้ไขเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนข้อด้อยของสารทำความเย็นชนิดนี้ คือความไม่เสถียรในบางสถานะของสัดส่วนและคุณสมบัติของน้ำยา และประสิทธิภาพที่ลดลงเล็กน้อยจาก R-22 อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกรายใหญ่หลายรายจากญี่ปุ่นได้ร่วมมือและสนับสนุนที่จะใช้สารทำความเย็นชนิด R-407C กับระบบปรับอากาศที่ส่งเข้าตลาดยุโรป

สำหรับตลาดเครื่องปรับอากาศของญี่ปุ่นนั้น ความนิยมส่วนใหญ่ในตลาดมุ่งไปยังการใช้สารทำความเย็นชนิด R-410A แทน ซึ่งตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศไทย ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศแต่ละค่าย เริ่มนำสารทำความเย็น R-410A มาใช้ในผลิตภัณฑ์รุ่นท็อป อย่างเช่นเครื่องปรับอากาศระบบ Inverter ของยี่ห้อต่างๆ







แก้ไขโดย: admin, เมื่อ: 21/03/2013 23:18
  ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง
admin
ผู้ดูแลระบบ

ผู้ดูแลระบบ
โพสต์: 247
graphgraph
กรรม: 0  
ตอบ:ความเป็นมา ของสารทำความเย็น R-410a - 21/03/2013 23:26 .



ถ้าย้อนไปในเมื่อ 40 - 50 ปีที่แล้ว ในยุคแรกเริ่มที่ประเทศไทยได้รู้จักและเริ่มมีเครื่องปรับอากาศใช้งาน สารทำความเย็นที่เราใช้กันในเครื่องปรับอากาศ จากอดีตจนถึงปัจจุบันใช้สารทำความเย็นที่มีรหัส R-22

แต่สารทำความเย็น R-22 เป็นสารทำความเย็นในกลุ่ม คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะมันจะขึ้นไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลก เป็นสาเหตุหนึ่งของสภาวะเรื่อนกระจก หรือสภาวะโลกร้อน ที่เราได้ประสบพบเจอกันในตอนนี้ จึงมีการคิดค้นสารทำความเย็นแบบใหม่ขึ้นมา เพื่อใช้ทดแทนสารทำความเย็น R-22

สารทดแทน R-22 แบ่งเป็นสามกลุ่ม

กลุ่ม Propane Series
ตัวอย่างเช่น R-290 โดยนำมา combine กับ R-600a เพื่อเพิ่มความสามารถด้าน COP และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Co.. 22 หรือ Re.. 22 หรือ R-431A เป็นต้น เรียนว่าเป็น "สารติดไฟ" ปริมาณการใช้น้อยกว่าร้อยละ 50 เพราะมีขนาดของโมเลกุลโตกว่า HFCs ประหยัดไฟกว่าเพราะไม่มีส่วนผสมของ Fluorine
สรุป ลุกติดไฟได้ง่าย ประหยัดค่าไฟฟ้า ใช้ปริมาณน้ำยาน้อยกว่า น้ำยาราคาแพงมากและไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ผู้ขายน้อยราย เป็นสินค้ากึ่งผูกขาด

กลุ่ม Zeotropics
- แบบที่ใช้แทนสารทำความเย็น R-22 ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันคอมเพรสเซอร์ (ในกรณีเดินท่อระยะใกล้) ได้แก่ R-417A, R-424A, R-422D
- แบบที่ใช้ต้องเปลี่ยนน้ำมันคอมเพรสเซอร์ และคอมเพรสเซอร์ต้องออกแบบมาเฉพาะ ได้แก่ R407C, R427A
- แบบที่ต้องได้การออกแบบมาโดยเฉพาะทั้งระบบ ได้แก่ R-410A

กลุ่ม Inorganic Compounds
R-744 หรือคาร์บอนไดออกไซด์ แรงดันสูงมากอาจเป็นอันตรายได้ เปลี่ยนสถานะได้ทั้งสาม 3 สถานะคือ ก๊าซ, ของแข็งและของเหลวการดีไซน์ระบบยุ่งยากกว่า
R-717 หรือแอมโมเนีย มีราคาถูก ในเขตเมืองห้ามใช้ ต่างจังหวัดก็เริ่มมีการควบคุมในบางพื้นที่ และเมื่อรั่วจะเป็นพิษแก่ผู้อยู่ใกล้เคียง การสูดดมในปริมาณเข้มข้น เพียงเวลาไม่เกิน 15 อาจทำให้หมดสติได้ ซึ่งสารทำความเย็นประเภทแอมโมเนีย ส่วนใหญ่จะมีใช้งานในโรงน้ำแข็งขนาดใหญ่





แก้ไขโดย: admin, เมื่อ: 21/03/2013 23:27
  ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง
admin
ผู้ดูแลระบบ

ผู้ดูแลระบบ
โพสต์: 247
graphgraph
กรรม: 0  
ตอบ:ความเป็นมา ของสารทำความเย็น R-410a - 21/03/2013 23:30 .



ปัจจุบันหน่วยงานในระดับนาๆชาติต่างให้ความสำคัญกับสภาวะโลกร้อน ก่อให้เกิดการประชุมหารือกันในระดับนานาชาติ เพื่อกำหนดมาตรการต่างๆขึ้นมาควบคุม ยกตัวอย่างเช่น

สนธิสัญญาเกียวโต (Kyoto Protocol)
เป็นการประชุมภายใต้กรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติ ได้มีการกำหนดให้กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ซึ่งรวมไปถึงสารทำความเย็นบางชนิด เช่น R11, R12, R22, 134A เป็นสารที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ) ปัจจุบันหลายประเทศในโลก ไม่อนุญาตให้ใช้ R-11, R-12, R-22,R-134A

สนธิสัญญามอนทรีออล (Montreal Protocol)
มีข้อตกลงให้เลิกใช้สาร CFC (R11, R12) และลด-เลิก ใช้สาร HCFC (R-22) ในยุโรป ตั้งแต่ปี ค.ศ.2009 และห้ามนำเข้าเครื่องทำความเย็นที่ใช้สาร HCFC (R-22) ในส่วนทางด้านรัฐบาลไทย ได้มีมติให้ยกเลิกใช้สารทำลายบรรยากาศโอโซน คือสาร CFC (R-11, R-12) และเริ่มแผนลด-เลิก ใช้สาร HCFC (R-22) ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2553 โดยกระทรวงอุตสาหกรรม และคาดว่าในอนาคต เครื่องปรับอากาศที่ผลิตเพื่อวางจำหน่ายในประเทศไทย จะเริ่มทยอยกันเปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็นแบบใหม่กันหมด และสารทำความเย็น R-22 ก็จะเริ่มลดจำนวนการผลิตลงเรื่อยๆ

แม้ว่าสารทำความเย็นที่สามารถใช้ทดแทน R-22 มีอยู่หลายชนิด แต่ที่กำลังมาแรงในแวดวงเครื่องปรับอากาศของบ้านเรา เห็นจะเป็นสารทำความเย็น R-410A

สารทำความเย็นรหัส R-410A เป็นสารทำความเย็นในกลุ่ม Hydro Fluoro Carbon (HFC) ข้อแตกต่างที่ทำให้สารทำความเย็น R-410A ดีกว่า R-22 ก็ตรงที่ R-410A เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะไม่ทำลายชั้นโอโซน รวมทั้งยังมีประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนได้ดีกว่า มีความเสถียรในด้านของสัดส่วนและคุณสมบัติ และใช้ในปริมาณที่น้อยลง R-410A จึงมีแรงดันสูงกว่า R-22 ประมาณ 1.5 – 1.6 เท่า

แต่มีข้อเสียตรงที่ สารทำความเย็น R-410A ติดไฟได้ และในตอนนี้ยังคงมีราคาแพง การให้บริการค่อนข้างยุ่งยาก ช่างในท้องตลาดส่วนใหญ่ยังไม่มีประสบการณ์และความคุ้นเคยกับ R-410A รวมทั้งช่างที่จะมาให้บริการซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศที่ใช้ R-410A ควรผ่านการอบรมและแนะนำจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ หรือบริษัทที่นำเข้าสารทำความเย็นตัวนี้ ก่อนที่จะออกให้บริการลูกค้า

ข้อมูลทางเทคนิคของสารทำความเย็น R-410A

Category : HFC
Formula : CH2F2 / CHF2CF3
Boiling point : -48.5 c
Purity : 99.95%
Lubricants : POE, ABCategory : HFC

ความดันไอที่อุณหภูมิ 90F = 272.8 psig (bubble point) และ 271.2 psig (dew point)

ค่าแรงดันที่วัดได้ ตามมาตรฐานที่กำหนด สำหรับสารทำความเย็น R-410A
ด้านแรงดันต่ำ 0.15-0.25 MPa(1.5-2.5 กก/ตร.ซม, 21-36 PSIG)
ด้านแรงดันสูง 1.37-1.57 MPa(14-16 กก/ตร.ซม, 199-228 PSIG)




  ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง
::ตั้งกระทู้ใหม่::
Themes and Templates by dezinedepot